Welcome Page
Area One
New Skills in Organizations
Organizational Development
Organizations Development >> Summary
Organizations Development >> Challenges
Organizations Development >> Intercultural Issues
Organizations Development >> Accountability
Organizations Development >> Personal Coaching
Organizations Development >> Team Coaching
Organizations Development >> Organizational Development
Training in Organizations
Area Two
Effective Helping Relationships
Realationship Skills Training
Staffing Resources
Interactive Contact
Statement of Purpose
Glossary of Terms
 








































































 
















































































 














































   

English LanguageThai Language
การพัฒนาองค์กร

บทสรุป


          การเพิ่มประสิทธิผลของการฝึกอบรมในระดับโลกาภิวัฒน์ หรือ GET (Global Effective Training) มุ่งสอนให้บุคลากร/พนักงาน ทุกระดับในทุก ๆ องค์กรได้เรียนรู้วิธีการเพิ่มคุณภาพเนื้องาน และปริมาณของผลงาน โดยพัฒนาการสื่อสารด้วยระบบข้อมูลที่มีความสำคัญ ข้อมูลที่มีคุณภาพสูงมีความสำคัญต่อองค์กรเป็นอย่างยิ่งเพราะเปรียบเสมือนพลังชีวิตขององค์กร และบริษัททุกประเภท ข้อมูลก่อให้เกิดความร่วมมือภายในองค์กรในทุกด้าน ทั้งด้านการผลิต, ความเชื่อถือและความภักดีต่อองค์กร ภายในองค์กรจะสูญเสียหรือขาดหายไปหากไม่มีการเคลื่อนไหวหรือหมุนเวียนของข้อมูลข่าวสาร

          การทำงานจะบรรลุผลก็ต่อเมื่อภายในองค์กรมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ในโลกของการทำงาน ยุคปัจจุบันที่อยู่ภายใต้ภาวะของวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย (Multi-cultural) ทักษะด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal relationship) และทักษะด้านการสื่อสาร (Communication skill) มีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง GET จะก่อให้เกิดกระบวนการของสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า "ทักษะใหม่" (New Skills) "ทักษะใหม่" ที่ว่านี้คือการที่จะสามารถสื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกิดองค์ความรู้ เครื่องมือและความเชื่อมั่นในตัวเอง เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็น "นักการสื่อสารที่ดี" (Great communicator) การฝึกอบรมดังกล่าวเปรียบเสมือนแรงกระตุ้นและท้าทายสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นอย่างมาก



การเปลี่ยนแปลงเปรียบเสมือนการท้าทาย

          ภายใต้การทำงานในโลกปัจจุบัน และการแข่งขันด้านผลการดำเนินงานขององค์กรนั้น "การสื่อสารระหว่างบุคคล" (Interpersonal communication) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความสำเร็จขององค์กร อย่างไรก็ตาม มีองค์กรที่มีจำนวนน้อยมากที่ประสบผลสำเร็จจากทักษะด้านการสื่อสารที่มีประสิทธิผล (Effective communication) หรือจากทักษะด้านความสัมพันธ์ (Relationship skill) โดยได้อาศัยทั้ง 2 ทักษะ เข้าไปบูรณาการภายใต้กรอบของวัฒนธรรม ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เหตุผลที่สำคัญก็คือ การนำทักษะดังกล่าวเข้าไปบูรณาการภายในองค์กร และนำไปใช้ปฏิบัติจริงนั้นย่อมหมายถึง การยอมรับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากบุคคลและวิธีการดำเนินงาน ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น และการเปลี่ยนแปลงอาจไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้ง่ายนัก

           คนเราทุกคนสามารถปรับปรุงวิธีการสื่อสารได้กับทุกคน ทุกระดับ ยกตัวอย่างเช่น คนเราบางคนเขินอาย หรือกลัวที่จะเปิดเผยความคิดหรือข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา หรือในบางครั้งมีคนจำนวนไม่น้อยที่กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยออกมาให้คนอื่นได้รับทราบ โดยลืมคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น หรือลืมคิดไปว่าความรู้สึกของตนจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่นได้มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้เราอาจรู้แล้วว่าปัญหาที่ประสบอยู่คืออะไร แต่บ่อยครั้งเราจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ยาก และเป็นการยากมากที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบเดิม ๆ ที่เราเคยชินกับการปฏิบัติมา

           ในบางครั้งเราอาจได้มีโอกาสได้รู้จักกับใครสักคนที่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างจริงจังและถาวร ซึ่งได้สัมผัสจากบุคคลอื่นมาบ้าง โอกาสเช่นนี้ย่อมมีให้พบเห็นและเกิดขึ้นได้ ผลการวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อคนเรามีแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลง ภายใต้กรอบสภาวะ แวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกนั้นย่อมเป็นไปได้ GET จะก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ (Learning environment) ที่เล็งเห็นคุณค่าของพื้นฐานของความเข้าใจและความไว้ใจ "ทักษะใหม่" ย่อมก่อให้เกิดผลเชิงประจักษ์ หรือ การเรียนรู้ที่ได้ผลดีที่สุดภายใต้สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้เป็นหลัก

           ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือที่สนับสนุนทักษะการสื่อสารที่ใหม่ และมีพลานุภาพ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างงานที่ได้คุณภาพและผลงานที่ผู้ดำเนินการเต็มไปด้วยความมั่นใจ บ่อยครั้งที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะพบว่า "ทักษะใหม่" ที่พวกเขานำมาใช้ภายนอกองค์กรสามารถทำให้พวกเขาสามารถนำไปใช้สร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และเพื่อนฝูงได้อย่างมีความหมาย และเพิ่มความพึงพอใจแก่ทุกฝ่าย

           หนังสือที่โด่งดังมากเรื่อง 7 พฤติกรรมมุ่งสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง (The 7 habits of highly effective people) ซึ่งเขียนโดย Stephen R. Covey ได้เขียนถึงบทบาทที่สำคัญของกระบวนทัศน์ (Paradigm) ในการก่อให้เกิดอิทธิพลต่อคุณค่าส่วนตัว และคุณค่าของสังคม และวัฒนธรรมไว้อย่างชัดเจน อีกนัยหนึ่ง กระบวนทัศน์ หมายถึง ความเข้าใจโลกภายนอก แนวความคิด และประสบการณ์ของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงของกระบวนทัศน์ หรือ ที่เรียกว่า การเคลื่อนตัวของกระบวนทัศน์ ย่อมเกิดขึ้นตามกาลเวลาครั้งแล้วครั้งเล่า (Time to time) ย่อมจะส่งผลหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อมุมมอง หรือมิติของผู้คนได้ ผลของการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ต่อโลกที่สำคัญ ได้แก่ คนในปัจจุบันยอมรับแล้วว่าโลกนั้น เป็นรูปทรงกลมและไม่ได้แบนเป็นระนาบแบบแผ่นกระดานตามที่เคยเชื่อถือกันมาในครั้งโบราณกาล

          GET นำไปสู่แนวคิด ความคิด และวิธีการฝึกอบรมของการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้เรียนรู้วิธีการทำความเข้าใจแบบใหม่ ๆ รวมทั้งมีความเข้าใจว่า ผู้สื่อสารที่มีประสิทธิผล (Effective communicator) หมายถึง อะไร และมีลักษณะอย่างไร เมื่อเข้ารับการฝึกอบรมแล้ว พวกเขาจะได้ค้นพบวิธีการทำความเข้าใจกับบุคคลอื่น การเอาใจเขามาใส่ใจเรา และการมีอำนาจและอิทธิพล รวมถึงความจริงใจ (Honest) และการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน

           การเรียนรู้ "ทักษะใหม่" บังคับให้ต้องพยายามหาแนวทางหรือหนทางของการสื่อสารแบบใหม่ ๆ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะดูแปลก ๆ หรือมีความเสี่ยงบ้างในระยะแรก ในการที่จะใช้ "ทักษะใหม่" แบบง่าย ๆ และเป็นธรรมชาติย่อมต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นอย่างมาก การฝึกอบรมของ GET จะเป็นการฝึกอบรมแบบเว้นช่วงเวลาระหว่างวันหรือสัปดาห์เป็นครั้งคราว ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้นำ "ทักษะใหม่" ที่ได้เรียนและฝึกฝนมาไปฝึกปฏิบัติจริงในหน้าที่การงาน


Top



ประเด็นของความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความแตกต่าง

           GET ไม่ประสงค์ที่จะเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรม หรือคุณค่าส่วนตัวที่พนักงานที่เคยยึดถืออยู่ GET ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจด้านคุณค่าทางวัฒนธรรม และความเชื่อในการทำงานที่ต่างกันออกไป GET คือ กระบวนการเรียนรู้ที่สนับสนุนให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เกิดความตระหนักถึงคุณค่า (Value) ที่พวกเขายึดถือได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถอธิบายถึงคุณค่าเหล่านั้นได้ รวมทั้งสามารถทำให้เกิดความเข้าใจและตระหนักว่า ทำไมคุณค่าเหล่านั้นจึงมีสาระประโยชน์ในการทำงาน

           เมื่อคนเราสามารถพูดคุยและอธิบายถึงความเชื่อและคุณค่าส่วนบุคคลของตนได้แล้ว จะทำให้พวกเขาได้เข้าใจ และในบางครั้งมองเห็นคุณค่าของระบบความเชื่อของผู้อื่นได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเมื่อเราสามารถทำความเข้าใจถึงความแตกต่างด้านคุณค่าและวัฒนธรรมได้แล้ว แต่ละคนก็สามารถพึงละความแตกต่างเอาไว้ และหันมาร่วมกันสร้างสรรค์สู่เป้าหมายร่วมกันได้

          ในหนังสือเรื่อง "การทำงานกับคนไทย" เขียนโดย Henry Holmes และสุธาดา ตั้งทองทวี ได้กล่าวถึงรูปแบบการทำงานแบบดั้งเดิมของคนไทย โดยได้บรรยายถึงภาวะผู้นำแบบมีประสิทธผล ซึ่งได้อาศัยปัจจัย 2 ประการ คือ พระเดช และ พระคุณ กล่าวโดยสรุปคือ พระเดช ต้องอาศัยอำนาจที่เกี่ยวกับความยุติธรรมการจัดระเบียบวินัย การไกล่เกลี่ย และการจัดทำนโยบาย ในทางกลับกันเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ในภาวะผู้นำต้องอาศัยอีกปัจจัยหนึ่งคือ พระคุณ โดยพระคุณ หมายถึง ระบบของผู้อาวุโส ในการเอื้ออาทรเรื่องการให้สิ่งของ ความคุ้มครอง การให้หยิบยืม การให้ทุน หรือให้การสนับสนุนด้านการศึกษา การให้ใบเบิกทางหรือการใช้ระบบเส้นสาย การให้รางวัล หรือจนกระทั่งการหยิบยื่นคุณประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับคนในครอบครัวของลูกน้อง การใช้"พระเดช" และ "พระคุณ" ในการสร้างภาวะผู้นำได้สื่อให้เห็นภาพของสังคมไทยในอดีตได้ชัดเจนมากขึ้น

          Holmes และ สุธาดา ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทั้ง "พระเดช" และ "พระคุณ" เป็นบรรทัดฐานและธรรมเนียมที่เป็นที่ต้องการและถือปฏิบัติ แต่ไม่ใช่วิธีทางการปฏิบัติของคนไทยโดยทั่วไป ซึ่งนักเขียนทั้ง 2 ท่าน ได้ย้ำเตือนให้เราได้รู้ว่า ภายใต้กลุ่มของวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่งย่อมมี ความแตกต่าง และความแตกต่างดังกล่าวเกิดจากความแตกต่างระหว่างบุคคลภายในกลุ่มนั้น ๆ วัฒนธรรม ธรรมเนียม บทบาท และความคาดหวัง เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อองค์กรเป็นอย่างมาก และมีความสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของปัจจัยเหล่านั้น การตระหนักถึงบทบาทของวัฒนธรรมมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นต่อการสร้างกรอบอ้างอิงในการทำงาน และเป็นการเริ่มต้นเพื่อระดมความคิด ถึงแนวทางการทำงานให้ได้มีประสิทธิผล

          แม้ว่ามนุษย์แต่ละคนจะมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างมากมาย แต่คนเรายังมีความเป็นมนุษย์ที่เหมือนกันเป็นพื้นฐาน มนุษย์เราทุกคนต้องดิ้นรนอยู่กับครอบครัว ความเศร้า ความกลัว ความเหงา และความสิ้นหวัง ในขณะเดียวกันมนุษย์ก็ได้รับความสุขจากครอบครัว ความรัก ความผูกพัน ความสุข และความหวัง กล่าวโดยรวมก็จะตรงกับคำพูดของ Carl Rogers ที่ว่า "ทุก ๆ คนในโลกนี้สามารถรับรู้ประเด็นส่วนตัวของเรา"เพราะเขาเหล่านั้นก็เคยประสบหรือกำลังประสบอยู่เช่นกัน"

           ความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องจริงที่พบเห็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ และความแตกต่างนี้เองที่เป็นปัญหาหรือสิ่งท้าทายขององค์กร อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ไข หรือกุญแจ สำคัญที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาไม่ได้อยู่ที่การที่สามารถระบุว่าปัญหาคืออะไร หรืออธิบายได้ว่าอะไรคือปัญหา แต่กุญแจสำคัญในการไขปัญหาอยู่ที่สามารถสื่อสารให้สามารถเข้าใจกันได้ และสามารถมองหาแนวทางร่วมที่เป็นที่พึงพอใจของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมได้ และสิ่งที่จะสามารถทำได้ดังที่กล่าวมาแล้วนั้นคือ "ทักษะใหม่" (New Skills)


Top



ความน่าเชื่อถือและแรงจูงใจ

           GET สามารถสื่อให้เห็นคุณค่าของ "การมีประสิทธิผลส่วนบุคคล" ซึ่งส่งผลให้เป็นแรงจูงใจที่สำคัญในการทำงาน เมื่อใดที่บุคลากรเกิดความรู้สึกว่าตนเองมีประสิทธิผล มีประโยชน์หรือทรงคุณค่า ผลงานที่ออกมาของพวกเขาก็จะดีตามไปด้วย GET มีกลยุทธ์สำหรับส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลเหล่านั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

           GET ได้นำเสนอ 2 แนวทาง ในการก่อให้เกิด "ประสิทธิผลส่วนบุคคล" เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ แนวทางแรกคือ การฝึกอบรมบุคลากรซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง อีกแนวทางหนึ่ง คือการจัดตั้งระบบตรวจสอบ และความน่าเชื่อถือ ที่ดำเนินการตรวจสอบทั้งจากบนลงล่างและจากล่างสู่บน กล่าวคือระบบที่ให้ความสำคัญสำหรับผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเท่าเทียมกัน ระบบการประเมินผลและการตรวจสอบที่ตรงไปตรงมาอย่างสม่ำเสมอ ย่อมส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน และลดความตึงเครียดให้กับบุคลากรได้เป็นอย่างดี

การจัดตั้งระบบความน่าเชื่อถือ มีทั้งหมด 3 ขั้นตอน ดังนี้:
   1. บุคลากรต้องมีความเข้าใจถึงเป้าหมายหลักขององค์กร เป้าหมายของฝ่าย/แผนก และเป้าหมายของทีมงาน
   2. บุคลากรต้องเข้าใจในเนื้องานที่ทำ รวมทั้งตระหนักถึงคุณค่าของตัวเองในองค์กร และทีมงาน
   3. ระบบความน่าเชื่อถือที่มีประสิทธิผลแบบทั้งแนวนอนและแนวตั้งอันได้แก่
         ก. การมอบหมายงานและอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน
         ข. การเข้าใจร่วมกันถึงเป้าหมาย ความคาดหวัง และความต้องการในภาพรวม
         ค. การทำสัญญาแนวทางการทำผลงานร่วมกัน
         ง. การจัดทำตารางการประเมินผลงาน และทบทวนข้อสัญญา ( ตามข้อ ค.) ร่วมกัน

           แนวทางที่ได้เสนอไว้ข้างต้นอาจจะดูยุ่งยากและใช้เวลาพอสมควร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้ใช้เวลามากอย่างที่คิด ในทางกลับกันเป็นแนวทางเดียวที่ก่อให้เกิดความสร้างสรรค์ และเป็นการกำหนดแนวทางร่วมในการทำงานที่มีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประสิทธิผลที่สุดวิธีหนึ่ง แนวทางดังกล่าวจะก่อให้เกิดการผลิตที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความจงรักภักดี สร้างความพึงพอใจให้แก่บุคลากรอีกด้วย

           เพื่อให้เกิดระบบความน่าเชื่อถือที่มีประสิทธิผลสูงสุด บุคลากรจำเป็นต้องมีบุคลิกภาพส่วนตัวที่จะส่งอิทธิพลในการจูงใจ และบุคลิกภาพดังกล่าวถือได้ว่าเป็นทักษะชนิดหนึ่ง กระบวนการเจรจาต่อรองทุกอย่างจะได้ผลดี หากแต่ละบุคคลมีทักษะและมีความมั่นใจในการสื่อสารที่ชัดเจน และตรงไปตรงมาที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนที่ร่วมทำงานสามารถเข้าใจถึงความต้องการของตนเอง และของบุคคลอื่น ดังนั้นความรับผิดชอบและความน่าเชื่อถือในผลงานที่ทำร่วมกัน ย่อมหมายถึงการสร้างสรรค์ผลงาน และการเพิ่มประสิทธิผลต่องานและผลผลิตให้มากขึ้นตามลำดับ

           "ทักษะใหม่" ของ GET จะเสริมสร้างความมั่นใจและเป็นเครื่องมือให้กับบุคลากรในองค์กรให้เกิดบุคคลิกภาพส่วนตัวที่ส่งอิทธิพลในการจูงใจ (Personal influence) ให้มีความเที่ยงตรงซื่อสัตย์ และเพิ่มความเข้าใจในหน้าที่การงานที่ทำมากขึ้น ดังนั้นทักษะด้านภาษาจริง ๆ เช่น ทักษะด้านภาษาอังกฤษ ก็จะมีบทบาทที่น้อยลงในการเจรจาต่อรอง ทว่าทักษะด้านการสื่อสารที่ดี ให้ผลดีกว่า จะเริ่มมีบทบาทที่สำคัญและจำเป็นมากยิ่งขึ้น


Top



การฝึกเพื่อเพิ่มประสิทธิผลส่วนตัว

           GET ใช้แนวทางหลากหลายในการฝึกบุคลากร (Coaching) โดยโครงสร้างและเนื้อหาการฝึกจะออกแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า สำหรับบางคน ผู้ฝึก (Coach) เปรียบได้กับบุคคลที่เราสามารถพูดได้อย่างเปิดเผยโดยไม่ต้องกลัวที่จะถูกตำหนิ หรือตัดสิน ผู้ฝึกที่ดีสามารถช่วยให้บุคลากรสามารถแก้ไขปัญหาส่วนตัวที่อาจส่งในเชิงบวกเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานได้

           โครงการฝึกอบรมแบบเต็มรูปแบบของ GET สามารถชี้ให้เห็นประเด็น/ปัญหา ในองค์กรได้ เช่น ภาวะผู้นำ และการบริหารจัดการ ทักษะด้านการสื่อสารและความสัมพันธ์ส่วนบุคคล คือ ทักษะที่สำคัญอย่างยิ่ง บุคลากรในองค์กรจะชอบ และตอบสนองกับผู้ฝึกที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ฝึกที่จริงใจ มีความเข้าใจ เป็นพื้นฐาน การฝึกอบรมส่วนบุคคลของ GET ที่เต็มรูปแบบประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ

  • การทบทวนการกำหนดเป้าหมายที่มีคุณค่า
  • การประเมินจุดอ่อนและจุดแข็ง
  • การเรียนรู้กลยุทธ์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพ
  • การแสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลที่ได้รับ

           เมื่อเป้าหมายทางอาชีพไม่ตรงกับวิสัยทัศน์ส่วนบุคคล แรงจูงใจในการทำงานก็จะหมดไป และเมื่อนั้นการทำงานก็ไม่เป็นเรื่องที่น่าสนใจอีกต่อไป ดังนั้น การเชื่อมโยงเป้าหมายของงานกับเป้าหมายส่วนบุคคลคือกุญแจสำคัญ ที่จะส่งผลให้เกิดแรงจูงใจที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จและประสิทธิผลของงาน

           กุญแจที่สำคัญอีกดอกหนึ่งในก่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิผล คือ การมองจุดแข็ง และจุดอ่อน ของเราในการทำงานร่วมกับผู้อื่น การที่บุคลากรประเมินผลตัวเองโดยใช้จุดอ่อนและจุดแข็ง กอปรกับการมองมุมมองของผู้ร่วมงานอย่างเป็นตามวัตถุประสงค์ (Objectively) จะสามารถส่งให้บุคลากรได้รู้ว่าเขาจะเน้นการฝึกอบรมในด้านใดบ้าง และต้องเพิ่มการฝึกอบรมอย่างไร ดังนั้นกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่จะส่งผลให้ประสบความสำเร็จจะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มประสิทธิผลของงาน โครงการฝึกอบรมที่จะเพิ่มทักษะใหม่ ๆ จะถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อให้ตรงกับความต้องการ และวัตถุประสงค์ของผู้เข้ารับการฝึกอบรม กระบวนการฝึกอบรม (Coaching process) จะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม ลูกค้า GET (Client) และผู้ร่วมงานพอใจกับผลงานที่สามารถเพิ่มประสิทธิผลของผู้เข้ารับการฝึกอบรม การมีเป้าหมายที่ก่อให้เกิดผล(Meaningful goals) กอปรกับการมีทักษะที่สามารถดำเนินเป้าหมายไปได้อย่างลุล่วงคือ พลังขับเคลื่อนอันสำคัญสำหรับองค์กร งานที่ถูกเพิ่มความน่าสนใจ และพลังในการทำงานจะส่งผลให้เกิดการปรับปรุงภาวะผู้นำ การเพิ่มผลงาน และความพึงพอใจส่วนบุคคล


Top



การฝึกอบรมเพื่อประสิทธิผลของทีมงาน

           ทีมงานมักขาดประสิทธิผลเมื่อทีมงานนั้น ๆ ขาดความจริงจังในทีมงาน หรือขาดการเน้นหนักด้านเป้าหมายรวมของการทำงาน มีทีมงานหลายทีมที่ต้องเสียเวลา หรือสิ้นเปลืองพลังงานในการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือปัจจัยที่ตกลงกันไม่ได้ หากต้องเสียเวลาในจุดนี้ย่อมส่งผลให้เสียเวลาในการทำงานตามมาด้วย นอกจากนี้ สมาชิกภายในกลุ่มที่ไม่แสดงความคิดแบบตรงไปตรงมา หรือกล้า ๆ กลัว ๆ ในการเสนอความคิดเห็นย่อมบั่นทอนพลัง และความคิดสร้างสรรค์ภายในทีมงาน การฝึกแบบเป็นทีมงานสามารถเอื้ออำนวยให้เกิดความเชื่อใจ/ความไว้วางใจ และความเคารพจากมวลสมาชิกภายในทีม เมื่อผ่านจุดนี้ไปได้แล้วทีมก็จะสามารถกำหนดเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ร่วมกันในเชิงประจักษ์ได้ ดังนั้นการร่วมมือแบบ ประสานพลัง (Synergy) ย่อมได้รับผลที่ดีขึ้น


Top



การให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กร

           แต่ละบริษัทและองค์กรย่อมมีแบบอย่างเฉพาะตัว และแต่ละองค์กรมีสายการบังคับบัญชา วัฒนธรรม ค่านิยม เป้าหมาย และยุทธ์ศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์เราทุกคน องค์กรแต่ละองค์กรก็ย่อมมีจุดอ่อนและจุดแข็งที่แตกต่างกันออกไป และไม่มีองค์กรใดสมบูรณ์แบบทุกอย่าง

           องค์กรที่จะยืนหยัดอยู่อย่างประสบความสำเร็จในคริสต์ศตวรรษที่ 21 ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และต้องสามารถสื่อสารวิสัยทัศน์ให้ทุก ๆ คนเข้าใจได้ บุคลากรในองค์กรต้องมีความเข้าใจถึงงานที่ทำ และเป้าหมายที่ชัดเจนขององค์กรได้เป็นอย่างดี บุคลากรเหล่านั้นจึงจะสามารถทำงานเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จขององค์กร

           องค์กรและบริษัทจะต้องปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ขององค์กรตามกาลเวลา GET จะสามารถเอื้ออำนวยให้เกิดกระบวนการสร้างวิสัยทัศน์อย่างมีความหมาย และบุคลากรสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว บุคลากรต้องยอมรับวิสัยทัศน์องค์กรพร้อมกับเข้าใจบทบาทของตนเองเพื่อที่จะนำพาองค์กร/บริษัท ไปสู่เป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ ซึ่งประเด็นนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการเพิ่มประสิทธิผลขององค์กร

           เมื่อบุคลากรจำนวนมากมีความรู้สึกว่าตนเองได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับการกำหนดเป้าหมายรวมขององค์กรแล้ว พวกเขาก็จะรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มประสิทธิผลให้องค์กรและนำพาองค์กรให้ประสบผลสำเร็จ ผลที่ตามมาคือ พวกเขาเหล่านั้นจะเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ประสานพลังความร่วมมือมากขึ้น เพื่อมุ่งหวังให้องค์กรเกิดประสิทธิผลสูงสุดและบรรลุผลสำเร็จ กล่าวโดยสรุป คือรูปแบบการฝึกอบรมของ GET จะนำพาให้องค์กรเดินไปสู่เส้นทางแห่งสำเร็จได้ในศตวรรษที่ 21


Top